การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันในเครือ UTMB® ผู้เข้าแข่งขันจำเป็นต้องยอมรับและปฏิบัติตามเงื่อนไขสำคัญดังต่อไปนี้อย่างอย่างเคร่งครัด:
• ความตระหนักรู้และการเตรียมความพร้อม: ผู้เข้าแข่งขันต้องตระหนักรู้และเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงระยะทาง ความยากลำบาก และความท้าทายทางกายภาพของการแข่งขันครั้งนี้ และต้องมีการเตรียมสภาพร่างกายรวมถึงจิตใจมาอย่างพร้อมสมบูรณ์
• ทักษะการพึ่งพาตนเองในภูมิประเทศสมบุกสมบัน: ผู้เข้าแข่งขันต้องมีทักษะและประสบการณ์ในการพึ่งพาตนเองบนพื้นที่สูงหรือเส้นทางธรรมชาติมาก่อนเริ่มการแข่งขัน เพื่อให้สามารถบริหารจัดการและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยตนเองได้ ซึ่งรวมถึงขีดความสามารถในกรณีต่าง ๆ ดังนี้:
o ขีดความสามารถในการเผชิญหน้าและรับมือกับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนรุนแรงบนพื้นที่สูงได้ด้วยตนเองโดยไม่ต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากภายนอก (เช่น สภาวะทัศนวิสัยตอนกลางคืน, กระแสลมแรง, ลมหนาว, หมอกหนา, ฝนตกหนัก หรือหิมะ)
o ขีดความสามารถในการบริหารจัดการตนเอง แม้ในยามที่ต้องอยู่ตามลำพัง ท่ามกลางภาวะทางร่างกายและจิตใจที่อ่อนล้าสะสม, ปัญหาระบบทางเดินอาหารและระบบย่อยอาหาร, อาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือข้อต่อ รวมถึงบาดแผลขนาดเล็ก ฯลฯ
o ตระหนักรู้ว่าบทบาทหน้าที่หลักของฝ่ายจัดการแข่งขัน ไม่ใช่ การเข้าช่วยเหลือหรือจัดการกับปัญหาเฉพาะหน้าส่วนบุคคลเหล่านี้ให้กับนักวิ่ง
o ตระหนักรู้ว่าความปลอดภัยในการทำกิจกรรมบนพื้นที่สูงหรือภูมิประเทศสมบุกสมบัน ขึ้นอยู่กับขีดความสามารถของตัวนักวิ่งเองในการปรับตัวและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือคาดการณ์ว่าจะเกิดขึ้น
o การกำกับดูแลทีมสนับสนุน: ผู้เข้าแข่งขันมีหน้าที่ในการให้ข้อมูล อบรม และตักเตือนผู้ติดตามหรือทีมสนับสนุนส่วนบุคคลของตน ให้เคารพต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ เพื่อนมนุษย์ รวมถึงกฎระเบียบข้อบังคับของการแข่งขันอย่างเคร่งครัด
หลักการพึ่งพาตนเองและกึ่งอิสระ (Semi-Autonomy / Self-Sufficiency) ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต้องมีขีดความสามารถในการบริหารจัดการ ดูแล และรับผิดชอบตนเองในระหว่างการแข่งขัน โดยจะต้องจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และอุปกรณ์ที่จำเป็น (รวมถึงอุปกรณ์รองรับสภาวะอากาศแปรปรวนวิกฤต) ให้มีปริมาณเพียงพอสำหรับการประทังชีพและเดินทางระหว่างจุดบริการหนึ่งไปยังจุดบริการถัดไป รวมถึงต้องมีความพร้อมในการเผชิญหน้ากับสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ภายใต้ข้อกำหนดและมาตรฐานความปลอดภัยของการแข่งขัน โดยมีรายละเอียดข้อบังคับดังต่อไปนี้:
1. ระเบียบข้อบังคับด้านอุปกรณ์บังคับ
• ผู้เข้าแข่งขันต้องพกพาอุปกรณ์บังคับ (Mandatory Gear) ครบทุกชิ้นติดตัวไว้ตลอดการแข่งขัน โดยอุปกรณ์ทั้งหมดจะต้องจัดเก็บอยู่ภายในเป้วิ่งที่ผ่านการตรวจสอบและติดแท็กระบบความปลอดภัย (Security Tag) ในวันลงทะเบียนรับอุปกรณ์แข่งขันแล้วเท่านั้น
• ห้ามทำการเปลี่ยนเป้วิ่งระหว่างการแข่งขันโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ภาคสนามทรงสิทธิ์ในการขอตรวจสอบเป้วิ่งและอุปกรณ์บังคับได้ตลอดเวลา หากตรวจพบว่าอุปกรณ์ไม่ครบถ้วนหรือไม่เป็นไปตามมาตรฐานการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับบทลงโทษหรือถูกตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) ทันที
2. ข้อกำหนดการใช้บริการ ณ จุดบริการ (Aid Stations)
• จุดบริการอาหารและเครื่องดื่มมีไว้สำหรับการบริโภคภายในพื้นที่ที่กำหนดไว้เท่านั้น
• ฝ่ายจัดการแข่งขันจะจัดเตรียมน้ำดื่มและ/หรือเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับให้ผู้เข้าแข่งขันเติมลงในภาชนะบรรจุน้ำส่วนตัว (ขวดน้ำหรือถุงน้ำ) เท่านั้น
• ผู้เข้าแข่งขันมีหน้าที่ในการประเมิน วางแผน และจัดเตรียมเสบียงอาหารรวมถึงปริมาณน้ำดื่มของตนเองให้เพียงพอและปลอดภัยสำหรับการเดินทางไปถึงจุดบริการถัดไป
3. ข้อบังคับการรับความช่วยเหลือจากทีมสนับสนุนส่วนบุคคล (Assistance Regulations)
สำหรับการแข่งขันในประเภทระยะ 100M, 100K และ 50K อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันมีทีมสนับสนุนส่วนบุคคล (Crew/Assistance) เข้าให้ความช่วยเหลือได้เฉพาะภายในพื้นที่และจุดบริการที่ฝ่ายจัดการแข่งขันระบุและอนุญาตไว้เท่านั้น โดยต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กดังนี้:
• จำกัดสิทธิ์ให้มีผู้ช่วยส่วนบุคคลได้เพียง 1 คน ต่อนักวิ่ง 1 คนเท่านั้น
• ผู้ช่วยสามารถส่งมอบถุงสัมภาระหรืออุปกรณ์เพิ่มเติมให้แก่นักวิ่งได้ โดยอุปกรณ์ดังกล่าวต้องบรรจุอยู่ภายในกระเป๋าที่มีขนาดความจุไม่เกิน 30 ลิตร
• ห้ามทีมสนับสนุนส่วนบุคคลทำการรักษาพยาบาลขั้นสูงหรือให้การบำบัดทางการแพทย์แก่นักวิ่งโดยเด็ดขาด อนุญาตเฉพาะการดูแลทางกายภาพขั้นพื้นฐาน เช่น การนวดคลายกล้ามเนื้อ หรือการปฐมพยาบาลแผลพุพองเล็กน้อยเท่านั้น
• การดูแลและทำหัตถการพื้นฐานข้างต้น จะต้องกระทำในขณะที่ผู้เข้าแข่งขันนั่งอยู่บนเก้าอี้เท่านั้น ห้ามอยู่ในลักษณะนอนราบเพื่อรับการรักษาโดยเด็ดขาด
• พื้นที่อื่น ๆ นอกเหนือจากบริเวณจัดการสิทธิ์สนับสนุนส่วนบุคคล ภายในจุดบริการจะถูกสงวนไว้สำหรับผู้เข้าแข่งขันและเจ้าหน้าที่การแข่งขันเท่านั้น
4. ข้อห้ามการมีผู้ติดตามบนเส้นทางการแข่งขัน (Pacing / Accompaniment)
• ห้ามมิให้ผู้เข้าแข่งขันมีบุคคลภายนอกที่ไม่ได้ลงทะเบียนร่วมแข่งขันในรายการ ออกวิ่ง เดิน ปั่นจักรยาน หรือเคลื่อนที่ติดตามเพื่ออำนวยความสะดวกบนเส้นทางการแข่งขันไม่ว่าในขีดช่วงใดของการแข่งขัน (ยกเว้นเฉพาะพื้นที่เขตจัดการพิเศษ Spectator Run Zone หรือพื้นที่ผ่อนปรนใกล้จุดบริการที่ผู้จัดงานกำหนดและทำเครื่องหมายไว้อย่างชัดเจนเท่านั้น)
• ผู้เข้าแข่งขันที่ยินยอมหรือปล่อยให้มีผู้ติดตามนอกเหนือพื้นที่ผ่อนปรน จะถือว่ากระทำการฝ่าฝืนหลักการพึ่งพาตนเองระหว่างการแข่งขัน และจะได้รับบทลงโทษสูงสุดตามดุลยพินิจของคณะกรรมการและผู้อำนวยการการแข่งขัน
• ข้อกำหนดเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง: ไม่อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันนำสุนัขหรือสัตว์เลี้ยงทุกชนิดเข้าร่วมเดิน วิ่ง หรือเดินทางไปพร้อมกันบนเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งรวมถึงสัตว์ช่วยเหลือผู้พิการ (Service Animals) ทุกประเภทด้วยเช่นกัน
• การตรวจสอบพื้นที่ผ่อนปรน: ผู้เข้าแข่งขันและทีมสนับสนุนสามารถตรวจสอบรายชื่อและพิกัดของจุดบริการที่อนุญาตให้เข้าช่วยเหลือ (Assistance Zones) ได้จากหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขัน
เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของผู้เข้าแข่งขันทุกคน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องพกพาอุปกรณ์ตามรายการอุปกรณ์บังคับ (Mandatory Gear) ติดตัวไว้ในเป้วิ่งตลอดระยะเวลาการแข่งขัน โดยไม่มีข้อยกเว้นใด ๆ แม้ว่าจะไม่ได้เปิดใช้งานอุปกรณ์ชิ้นนั้นก็ตาม
คณะกรรมการจัดการแข่งขันจะดำเนินการตรวจสอบอุปกรณ์บังคับ ทั้งในรูปแบบการกำหนดจุดตรวจคงที่ และการสุ่มตรวจตามเส้นทางตลอดระยะเวลาแข่งขัน หากผู้เข้าแข่งขันไม่สามารถแสดงอุปกรณ์บังคับได้ครบถ้วนตามข้อกำหนด จะได้รับบทลงโทษตั้งแต่การบวกเพิ่มเวลา (Time Penalty) ไปจนถึงการตัดสิทธิ์ออกจากการแข่งขัน (Disqualification) ทันที (โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมในหัวข้อ "บทลงโทษ")
ข้อแนะนำเชิงเทคนิคเกี่ยวกับอุปกรณ์
• เกณฑ์ขั้นต่ำเชิงความปลอดภัย: รายการอุปกรณ์บังคับที่กำหนดขึ้นเป็นเพียงเกณฑ์ขั้นต่ำสุดที่จำเป็นเท่านั้น ทางผู้จัดงานไม่แนะนำให้ผู้เข้าแข่งขันเลือกใช้เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบาที่สุดเพียงเพื่อวัตถุประสงค์ในการลดน้ำหนักสัมภาระ
• การเผชิญสภาพอากาศแปรปรวน: ผู้เข้าแข่งขันควรเลือกสรรเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่สามารถปกป้องร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพจากสภาพภูมิอากาศบนพื้นที่สูงและสภาพภูมิประเทศที่พร้อมแปรปรวนได้ตลอดเวลา เช่น อากาศหนาวจัด กระแสลมแรง ฝนตกหนัก หรือสภาวะวิกฤตอื่น ๆ
• การอัปเดตข้อมูล: ผู้เข้าแข่งขันสามารถตรวจสอบและติดตามรายการอุปกรณ์บังคับที่เป็นปัจจุบันที่สุดได้ทางหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขัน
เงื่อนไขและข้อกำหนดโครงสร้างอุปกรณ์
• เสื้อผ้าและอุปกรณ์ส่วนบุคคลทุกชิ้นต้องมีขนาด (Size) ที่เหมาะสมและเข้ากับสรีระของผู้ใช้งานจริง
• ห้ามดัดแปลง แก้ไข หรือตัดแต่งโครงสร้างผลิตภัณฑ์ใด ๆ ให้ผิดไปจากสภาพเดิมที่ออกซิเดชันมาจากโรงงานผู้ผลิต
• อุปกรณ์บังคับทั้งหมดจะต้องถูกบรรจุและจัดเก็บไว้ภายในเป้วิ่ง (Running Pack) ตลอดการแข่งขัน
• เป้วิ่งทุกใบจะได้รับการลงทะเบียนและติดแท็กระบบความปลอดภัย (Security Tag) ในวันรับอุปกรณ์แข่งขัน ทั้งนี้ ห้ามเปลี่ยนเป้วิ่งใบใหม่ระหว่างการแข่งขันโดยเด็ดขาด
นโยบายการรักษาสิ่งแวดล้อมและการลดขยะพลาสติก
เพื่อร่วมขับเคลื่อนนโยบายลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้ง (Single-use Plastics) ฝ่ายจัดการแข่งขันจะไม่มีการจัดเตรียมช้อน ส้อม ถ้วย หรือภาชนะใช้แล้วทิ้งใด ๆ ไว้ให้ ณ จุดบริการอาหารและเครื่องดื่มทุกแห่ง
หากผู้เข้าแข่งขันมีความประสงค์ที่จะรับประทานอาหารร้อนหรือใช้บริการเครื่องดื่ม ณ จุดบริการ จะต้องนำภาชนะและอุปกรณ์รับประทานอาหารส่วนตัว (Personal Utensils) มาเองเท่านั้น
ข้อบังคับการใช้ไม้โพล (Trekking Poles Regulations)
ผู้เข้าแข่งขันที่ตัดสินใจเลือกใช้งานไม้โพล (Trekking Poles) จะต้องปฏิบัติตามกฎเหล็กดังต่อไปนี้อย่างเคร่งครัด:
• ต้องพกพาไม้โพลช่วยเดินติดตัวไปกับตนเองตลอดเส้นทางการแข่งขันตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงเส้นชัย
• ห้ามออกสตาร์ทโดยไม่มีไม้โพล แล้วทำการรับไม้โพลเพิ่มเติมในภายหลังระหว่างการแข่งขันโดยเด็ดขาด
• ห้ามนำไม้โพลช่วยเดินฝากไว้ในถุงสัมภาระฝากต่อ (Drop Bags) หรือถุงสัมภาระส่วนตัวทุกประเภท
ข้อกำหนดการใช้อุปกรณ์ฟังเพลงระหว่างการแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งขันได้รับอนุญาตให้ฟังเพลงผ่านหูฟังได้ ตราบใดที่พฤติกรรมดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบหรือก่อให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้ร่วมแข่งขันท่านอื่น อย่างไรก็ดี ผู้เข้าแข่งขันจำเป็นต้องถอดหูฟังออกทันที ในสถานการณ์ดังต่อไปนี้:
• ขณะกำลังเดินข้ามถนนหรือเส้นทางสัญจรยานพาหนะทุกประเภท
• เมื่อเคลื่อนที่เข้าใกล้หรืออยู่ภายในบริเวณจุดตรวจ (Checkpoints) และจุดบริการ
• เมื่อเข้าใกล้หรือเดินผ่านเจ้าหน้าที่ฝ่ายความปลอดภัย (Safety Officers) และกรรมการผู้จัดการแข่งขัน
ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เข้าแข่งขันสามารถรับฟังคำสั่ง สัญญาณเตือน หรือข้อมูลการจัดการด้านความปลอดภัยภาคสนามได้อย่างชัดเจนและทันท่วงที
ช่องทางสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายละเอียดทางเทคนิคของอุปกรณ์บังคับ โปรดศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมวดคำถามที่พบบ่อย (FAQ) บนหน้าเว็บไซต์ของการแข่งขัน
ระเบียบการรับและการใช้หมายเลขแข่งขัน (Race Bib Regulations) ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับหมายเลขแข่งขัน (Race Bib) ต่อเมื่อแสดงหลักฐานและเอกสารประกอบต่อเจ้าหน้าที่อย่างครบถ้วน ดังต่อไปนี้:
• เอกสารแสดงตนที่มีรูปถ่าย: บัตรประจำตัวประชาชน, หนังสือเดินทาง (Passport) หรือใบอนุญาตขับขี่ที่ยังไม่หมดอายุ
• CMTUTMB PASS
ข้อกำหนดในการติดหมายเลขแข่งขัน
ผู้เข้าแข่งขันต้องติดหมายเลขแข่งขันไว้ที่บริเวณด้านหน้าลำตัวตลอดระยะเวลาการแข่งขัน และต้องอยู่ในตำแหน่งที่เจ้าหน้าที่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนตลอดเวลา โดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้:
• ต้องติดไว้บนเสื้อผ้าชั้นนอกสุดเสมอ (อยู่เหนือเสื้อแจ็คเก็ตหรือเสื้อกันฝนทุกชนิด)
• ห้ามพับ ซ่อน หรือปล่อยให้มีสิ่งใดบดบังหมายเลขแข่งขัน
• ห้ามนำหมายเลขแข่งขันไปติดบริเวณต้นขา, กระเป๋าเป้สะพาย หรืออุปกรณ์อื่น ๆ
• ห้ามดัดแปลง ตัดแต่ง หรือปกปิดชื่อนักวิ่ง, ตราสัญลักษณ์ผู้สนับสนุน (Sponsors' Logos) หรือข้อมูลใด ๆ บนหมายเลขแข่งขันโดยเด็ดขาด
สิทธิ์ประโยชน์และการใช้งานหมายเลขแข่งขัน
หมายเลขแข่งขันถือเป็นบัตรประจำตัวอย่างเป็นทางการของผู้เข้าแข่งขันตลอดโครงสร้างของกิจกรรม และใช้เป็นหลักฐานในการเข้าถึงพื้นที่ควบคุมรวมถึงบริการต่าง ๆ ของงาน ดังนี้:
• ระบบรถรับส่งนักวิ่ง และรถบริการภายในงาน (Shuttle Bus)
• จุดบริการอาหารและเครื่องดื่ม (Aid Stations)
• จุดปฐมพยาบาลและบริการทางการแพทย์ (Medical Stations)
• พื้นที่พักผ่อนสำหรับนักวิ่ง (Rest Areas)
• ห้องสุขาและบริการห้องอาบน้ำ
• จุดรับฝากและรับคืนสัมภาระ (Drop Bag & Baggage Services)
การเพิกถอนสิทธิ์หมายเลขแข่งขัน
• การทำผิดวินัยสนาม: คณะกรรมการจัดการแข่งขันทรงสิทธิ์ในการเพิกถอนหมายเลขแข่งขันและตัดสิทธิ์การแข่งขันทันที หากผู้เข้าแข่งขันปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง ข้อกำหนด หรือระเบียบระเบับการแข่งขันจากผู้อำนวยการแข่งขันและเจ้าหน้าที่สนาม
• กรณีออกจากการแข่งขัน (DNF / Withdrawal): หากผู้เข้าแข่งขันสิ้นสุดการแข่งขันก่อนกำหนด ไม่ว่าจะด้วยการถอนตัวหรือถูกตัดสิทธิ์ หมายเลขแข่งขันจะถูกเจาะ ตัดมุม หรือทำเครื่องหมายแสดงการยกเลิกสถานะทันที ซึ่งส่งผลให้สิทธิ์ในการเข้าถึงบริการและพื้นที่ควบคุมต่าง ๆ ของการแข่งขันระงับลงโดยอัตโนมัติ
ณ จุดรับอุปกรณ์การแข่งขัน (Race-pack collection) นักวิ่งแต่ละท่านจะได้รับกระเป๋าขนาด 30 ลิตร หลังจากจัดเตรียมสิ่งของที่ต้องการใส่ในกระเป๋าและปิดปากกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว นักวิ่งสามารถนำไปส่งฝากได้ที่บริเวณพื้นที่รับฝากกระเป๋าของงานที่จัดไว้ให้
ด้วยเหตุผลด้านการขนส่งและการจัดการ (Logistics) การแข่งขันในเครือ UTMB World Series จะฝากได้เฉพาะกระเป๋าทางการของ UTMB World Series ที่แจกให้ในขั้นตอนการลงทะเบียนเช็คอินเท่านั้น กระเป๋าเหล่านี้เป็นประเภทที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ (Reusable) ดังนั้นเราจึงขอความร่วมมือจากนักวิ่งที่เคยได้รับกระเป๋านี้ไปแล้ว ให้นำกลับมาใช้ซ้ำทุกครั้งที่เข้าร่วมการแข่งขันในสนามอื่น ๆ ของ UTMB World Series
วิธีการรับกระเป๋าคืน ณ เส้นชัย หลังจบการแข่งขัน:
ผู้จัดงานจะคืนกระเป๋าให้แก่ตัวนักวิ่ง หรือสมาชิกในครอบครัว/เพื่อน ก็ต่อเมื่อมีการแสดงหมายเลขแข่งขัน (Bib) ของนักวิ่งท่านนั้นเท่านั้น และจะต้องมารับกระเป๋าคืนภายในเวลาไม่เกิน 2 ชั่วโมงหลังจากสิ้นสุดการแข่งขัน
กรณีที่นักวิ่งถอนตัวจากการแข่งขัน (DNF):
ทางผู้จัดงานจะดำเนินการนำกระเป๋าของท่านมาส่งให้อยู่ที่บริเวณเส้นชัย โดยมีเงื่อนไขว่าการถอนตัวของนักวิ่งจะต้องได้รับการลงทะเบียนยืนยันกับทางผู้จัดงานอย่างถูกต้อง ทั้งนี้ ด้วยปัจจัยและข้อจำกัดทางด้านการขนส่ง ทางผู้จัดงานจึงไม่สามารถรับประกันได้ว่ากระเป๋าทั้งหมดจะถูกส่งมาถึงเส้นชัยก่อนที่การแข่งขันจะสิ้นสุดลง
ข้อกำหนดและคำแนะนำเพิ่มเติม:
ทางผู้จัดงานจะทำการขนส่งเฉพาะกระเป๋าทางการของ UTMB World Series ที่ได้รับในขั้นตอนการลงทะเบียนเช็คอินเเท่านั้น
ไม่อนุญาต ให้ใส่ไม้โพล (Poles) ลงในกระเป๋าเหล่านี้
หลังจากผู้เข้าเเข่งขันได้ทำการปิดกระเป๋าด้วยตัวเองเเล้ว กระเป๋าดังกล่าวจะไม่ถูกเปิดหรือรบกวน ดังนั้นทางผู้จัดงานจะไม่รับผิดชอบในกรณีที่เกิดความเสียหายหรือสูญหายต่อสิ่งของใด ๆ ในกระเป๋า เราขอแนะนำอย่างยิ่งว่าไม่ควรใส่สิ่งของมีค่าใด ๆ ลงในกระเป๋าฝาก
แนะนำให้นักวิ่งเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำ (Toiletries) และเสื้อผ้าสำรองสำหรับเปลี่ยนไว้ที่บริเวณเส้นชัย
สามารถดูจุดรับฝากกระเป๋าได้บนเว็บไซต์
ในการลงทะเบียนเข้าร่วมแข่งขันในเครือ UTMB World Series นักวิ่งทุกท่านได้ร่วมยอมรับข้อตกลงในการเคารพและปกป้องผืนป่ารวมถึงระบบนิเวศตลอดเส้นทางแข่งขัน โดยมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันดังต่อไปนี้:
• ห้ามทิ้งขยะโดยเด็ดขาด
ไม่ว่าจะเป็นซองเจลพลังงาน เศษกระดาษ เศษอาหาร หรือบรรจุภัณฑ์พลาสติกทุกชนิด ทางผู้จัดงานได้เตรียมถังขยะไว้ให้ ณ จุดบริการ (Aid Station) ทุกแห่ง และขอความร่วมมือให้นักวิ่งทิ้งขยะในจุดที่กำหนดเท่านั้น ทั้งนี้จะมีเจ้าหน้าที่ภาคสนาม (Race Stewards) คอยตรวจตราตลอดเส้นทางการแข่งขัน
• รับผิดชอบต่อขยะส่วนตัวของคุณ
นักวิ่งต้องเก็บขยะและเศษบรรจุภัณฑ์ทั้งหมดไว้กับตัวเองจนกว่าจะถึงจุดบริการถัดไป แนะนำให้พกถุงหรือกระเป๋าใบเล็กสำหรับใส่ขยะส่วนตัว นอกจากนี้ ในวันรับอุปกรณ์การแข่งขัน นักวิ่งจะได้รับถุงพลาสติกสำหรับใส่กระดาษชำระใช้แล้ว ซึ่งจำเป็นต้องนำมาใช้เก็บเศษกระดาษทุกครั้งในกรณีมีเหตุฉุกเฉินระหว่างทาง
• วิ่งบนเส้นทางหลัก ไม่วิ่งลัดตัดทาง
นักวิ่งทุกท่านต้องปฏิบัติตามเส้นทางที่มีเครื่องหมายสัญลักษณ์ระบุไว้เท่านั้น และห้ามวิ่งลัดตัดทางโดยเด็ดขาด เนื่องจากการวิ่งลัดเส้นทางจะเป็นการเร่งให้เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน (Erosion) ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อระบบนิเวศอันเปราะบางของผืนป่า
• งดใช้ภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Zero Disposable Dishes)
เพื่อลดปริมาณขยะพลาสติกจากทั้งตัวนักวิ่งและทีมอาสาสมัครของ UTMB ทุกจุดบริการจะไม่มีการแจกภาชนะแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง (เช่น ช้อนส้อม แก้ว หรือชามพลาสติก) ดังนั้น เราขอเชิญชวนให้นักวิ่งทุกท่านพกพาภาชนะและอุปกรณ์รับประทานอาหารส่วนตัวมาด้วย หากประสงค์จะรับประทานอาหารร้อน ณ จุดบริการ
ตลอดเส้นทางการแข่งขัน ผู้จัดงานได้จัดเตรียมจุดบริการอาหารและเครื่องดื่มไว้คอยต้อนรับนักวิ่ง โดยอาหารและเครื่องดื่มที่จัดเตรียมไว้มีวัตถุประสงค์เพื่อการบริโภคภายในบริเวณจุดบริการเท่านั้น ทั้งนี้ ทางผู้จัดงานจะให้บริการน้ำดื่มและเครื่องดื่มเกลือแร่สำหรับเติมลงในขวดน้ำ เป้น้ำ หรือแก้วน้ำพกพาซึ่งเป็นอุปกรณ์บังคับของนักวิ่ง โดยก่อนออกจากจุดบริการ นักวิ่งทุกท่านจะต้องตรวจสอบและมั่นใจว่าตนเองมีเสบียงอาหารและน้ำดื่มในปริมาณที่เพียงพอสำหรับใช้พยุงร่างกายเพื่อเดินทางต่อไปจนถึงจุดบริการถัดไป
นักวิ่งจะต้องติดหมายเลขแข่งขัน (Bib) ให้เห็นได้อย่างชัดเจนทุกครั้งในการเข้าใช้บริการ ณ จุดบริการ
ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อจุดบริการทั้งหมด รวมถึงรายละเอียดของประเภทอาหารและเครื่องดื่มที่มีให้บริการในแต่ละจุดได้ในคู่มือนักวิ่ง (Race Guide) และหน้าเว็บเพจที่เกี่ยวข้องบนเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ
ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการตรวจสอบและบันทึกเวลาเมื่อเดินทางมาถึงจุดบริการ รวมถึง ณ จุดดูแลความปลอดภัยบางแห่งตลอดเส้นทางการแข่งขัน
นอกจากนี้ ทางผู้จัดงานจะมีการจัดตั้งจุดตรวจสอบย่อยแบบไม่แจ้งล่วงหน้า (Unexpected Check Points) กระจายอยู่ตลอดเส้นทาง โดยจะไม่มีการเปิดเผยพิกัดของจุดตรวจสอบเหล่านี้ให้ทราบล่วงหน้า
เครื่องหมายนำทางตลอดเส้นทางแข่งขันผลิตจากวัสดุสะท้อนแสง ซึ่งจะทำงานร่วมกับแสงจากไฟฉายคาดศีรษะ (Headlamp) ของนักวิ่ง เพื่อช่วยให้สามารถสังเกตเห็นเส้นทางได้อย่างชัดเจนในเวลากลางคืน
ข้อควรระวัง: หากนักวิ่งสับสนในเส้นทางหรือไม่พบเครื่องหมายนำทางในระยะสายตา ขอให้นักวิ่งหยุดวิ่งและเดินย้อนกลับมายังจุดที่พบเครื่องหมายนำทางล่าสุดทันที เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการหลงป่า
ทั้งนี้ เพื่อปฏิบัติตามอุดมการณ์ในการเคารพและปกป้องสิ่งแวดล้อมอย่างสูงสุด ทางผู้จัดงานจะไม่มีการพ่นสีสเปรย์หรือสารเคมีใด ๆ ลงบนพื้นผิวธรรมชาติและต้นไม้ตลอดเส้นทางแข่งขันโดยเด็ดขาด
ทางผู้จัดงานได้จัดตั้งจุดปฐมพยาบาลกระจายอยู่ตลอดเส้นทางการแข่งขัน ซึ่งทุกจุดจะเชื่อมต่อสื่อสารกับศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง (Command Center) โดยตรง และจะมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ประจำการอยู่ ณ ศูนย์ปฏิบัติการตลอดช่วงเวลาการแข่งขัน
จุดปฐมพยาบาลเหล่านี้จัดตั้งขึ้นเพื่อดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่นักวิ่งทุกคนที่มีความจำเป็นทางการแพทย์ ในกรณีที่นักวิ่งได้รับบาดเจ็บหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถดำเนินการแจ้งเหตุได้ตามช่องทางดังต่อไปนี้:
• เดินทางไปยังจุดปฐมพยาบาลที่ใกล้ที่สุดด้วยตนเอง
• โทรศัพท์ติดต่อศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง (นักวิ่งทุกท่านต้องบันทึกเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินนี้ไว้ในมือถือล่วงหน้า)
• แจ้งให้นักวิ่งท่านอื่นช่วยประสานงานเพื่อขอความช่วยเหลือ
• กดใช้ฟังก์ชัน SOS บนแอปพลิเคชัน LiveRun (หากระบบในสนามนั้นเปิดใช้งาน)
นักวิ่งทุกท่านมีหน้าที่และมนุษยธรรมในการให้ความช่วยเหลือแก่บุคคลที่อยู่ในภาวะอันตราย และต้องรีบแจ้งศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลางทันที
ในกรณีฉุกเฉินขั้นสูงสุดและนักวิ่งไม่สามารถติดต่อศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลางได้ (เช่น อยู่ในพื้นที่อับสัญญาณที่โทรได้เฉพาะเบอร์ฉุกเฉินแห่งชาติเท่านั้น) นักวิ่งสามารถโทรแจ้งหน่วยงานกู้ชีพของรัฐได้โดยตรง โดยหมายเลขฉุกเฉินท้องถิ่นจะมีการระบุไว้ในคู่มือนักวิ่ง (Race Guide)
ด้วยปัจจัยและเหตุการณ์ที่เหนือการควบคุม รวมถึงสภาพอากาศที่อาจแปรปรวนอย่างรุนแรง อาจส่งผลให้ทีมกู้ภัยเดินทางไปถึงท่านล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ ดังนั้น ความปลอดภัยในชีวิตของท่านจึงขึ้นอยู่กับความพร้อมและคุณภาพของอุปกรณ์บังคับ (Mandatory Equipment) ที่ท่านบรรจุไว้ในเป้น้ำอย่างแท้จริง
อำนาจหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่สนาม
บุคลากรทางการแพทย์ บุคลากรสายสนับสนุน ทีมปฐมพยาบาล เจ้าหน้าที่นำทาง รวมถึงบุคคลที่ได้รับมอบหมายจากอำนาจผู้อำนวยการแข่งขัน มีสิทธิ์ขาดในการดำเนินการดังต่อไปนี้:
• คัดออก หรือสั่งให้นักวิ่งยุติการแข่งขัน หากประเมินแล้วว่าสภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะดำเนินต่อไป
• สั่งให้นักวิ่งนำอุปกรณ์บังคับออกมาใช้งานทันที
• เคลื่อนย้ายหรืออพยพนักวิ่งที่ประเมินแล้วว่าอยู่ในภาวะอันตราย
• ส่งตัวนักวิ่งไปยังสถานพยาบาลที่เหมาะสมที่สุดเพื่อรับการรักษา
นักวิ่งที่ได้รับการดูแลโดยแพทย์หรือทีมค้นหาและกู้ภัย จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญและยอมรับการตัดสินใจของทีมงานอย่างไม่มีเงื่อนไข
หากนักวิ่งมีความจำเป็นทางการแพทย์ที่ต้องได้รับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ (Intravenous Drip / ให้น้ำเกลือ) นักวิ่งท่านนั้นจะต้องได้รับการปรับสถานะเป็นถอนตัวจากการแข่งขัน (Withdraw/DNF) โดยทันที
ศูนย์แพทย์ส่วนกลางและการพักผ่อนระหว่างทาง
ทางผู้จัดงานได้จัดตั้งศูนย์การแพทย์ส่วนกลางไว้ ณ บริเวณอุโมงค์เบตงมงคลฤทธิ์ (จุดสตาร์ท/เส้นชัย) เพื่อรองรับนักวิ่งที่มีอาการป่วยหรือบาดเจ็บรุนแรง ทั้งนี้ การให้การดูแลเพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของทีมแพทย์ภายใต้ขอบเขตและข้อจำกัดของอุปกรณ์ที่มี
• ข้อกำหนดเรื่องเส้นทาง: นักวิ่งต้องอยู่บนเส้นทางแข่งขันที่มีเครื่องหมายกำหนดไว้ตลอดเวลา แม้ในยามที่ต้องการนอนหลับพักผ่อน
• การนอนพักระหว่างทาง: หากนักวิ่งจำเป็นต้องนอนพักตามเส้นทาง แนะนำอย่างยิ่งให้ใช้ "ป้ายสัญลักษณ์สำหรับนอน" (Sleep Bib) ที่ทางผู้จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อเป็นสัญญาณแจ้งให้นักวิ่งท่านอื่นหรือเจ้าหน้าที่ทราบว่าท่านเพียงต้องการงีบหลับและไม่ต้องการให้รบกวน
• การละทิ้งเส้นทาง: นักวิ่งท่านใดที่ออกนอกเส้นทางแข่งขันที่กำหนดไว้ด้วยความสมัครใจ จะถือว่าสิ้นสุดความรับผิดชอบของทางผู้จัดงานในทันที
กำหนดเวลาตัดตัว (Cut-Off Times) ในการออกเดินทางจากจุดบริการหลัก ได้มีการระบุไว้อย่างชัดเจนบนเว็บไซต์การแข่งขันและในคู่มือนักวิ่ง (Runner's Guide) ทั้งนี้ ในกรณีที่มีการปรับเปลี่ยนกติกาเนื่องจากเหตุสุดวิสัย (ภายใต้เงื่อนไขกรณีพิเศษ) ทางผู้จัดงานจะประกาศกำหนดเวลาตัดตัวใหม่ให้ทราบทันทีผ่านทาง SMS, ข้อความโทรศัพท์ หรือหน้าเพจ Facebook อย่างเป็นทางการ
เวลาตัดตัวถูกคำนวณขึ้นเพื่อให้ผู้เข้าแข่งขันสามารถเดินทางถึงเส้นชัยได้ทันภายในเวลาจำกัดสูงสุด การที่นักวิ่งจะได้รับอนุญาตให้ดำเนินเข้าร่วมการแข่งขันต่อไปได้นั้น จะต้องออกเดินทางออกจากจุดเช็คพอยท์หรือจุดบริการก่อนเวลาตัดตัวที่กำหนดไว้เท่านั้น (โดยไม่คำนึงว่านักวิ่งจะเดินทางมาถึงจุดเช็คพอยท์นั้น ณ เวลาใด)
แนวทางปฏิบัติและการสิ้นสุดความรับผิดชอบเมื่อถอนตัว
• การส่งคืนหมายเลขแข่งขัน: ผู้เข้าแข่งขันที่ถูกตัดตัวหรือตัดสินใจยุติการแข่งขัน แต่ยังมีความประสงค์จะเดินหน้าต่อไปบนเส้นทาง จะสามารถทำได้ก็ต่อเมื่อได้ทำการส่งคืนหมายเลขแข่งขัน (Bib) ให้แก่เจ้าหน้าที่สนามเรียบร้อยแล้วเท่านั้น
• การสิ้นสุดการดูแล: นักวิ่งที่ส่งคืนหมายเลขแข่งขันแล้ว จะถือว่าเป็นการเดินทางโดยการตัดสินใจส่วนบุคคลด้วยความสมัครใจและต้องพึ่งพาตนเองอย่างสมบูรณ์ (Complete Autonomy) โดยจะไม่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบและการคุ้มครองด้านความปลอดภัยจากทางผู้จัดงานอีกต่อไป
• คำแนะนำเพื่อความปลอดภัย: ทางผู้จัดงานขอแนะนำอย่างยิ่งให้นักวิ่งที่ยุติการแข่งขันทุกท่าน ใช้บริการยานพาหนะรับ-ส่งที่ทางกองประกวดได้จัดเตรียมไว้ให้ เพื่อเดินทางกลับสู่บริเวณเส้นชัยอย่างปลอดภัย
สามารถตรวจสอบกำหนดเวลาการแข่งขันและเวลาตัดตัวโดยละเอียดได้บนเว็บไซต์ทางการของกิจกรรม
ยกเว้นในกรณีที่เกิดการบาดเจ็บรุนแรงจนไม่สามารถเคลื่อนที่ได้ นักวิ่งที่ประสงค์จะถอนตัวจากการแข่งขันจะต้องทำเรื่อง ณ จุดเช็คพอยท์ที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยต้องแจ้งให้หัวหน้าประจำจุดเช็คพอยท์ทราบ หรือทำการรายงานการถอนตัวผ่านแอปพลิเคชัน LiveRun (หากระบบเปิดใช้งาน) พร้อมทั้งแจ้งให้ศูนย์ปฏิบัติการส่วนกลาง (Command Center) ทราบทันที
ในกรณีที่นักวิ่งมีความประสงค์จะถอนตัวระหว่างเส้นทางเชื่อมต่อ (อยู่ระหว่างจุดเช็คพอยท์สองแห่ง) นักวิ่งจะต้องพยายามเดินทางไปยังจุดเช็คพอยท์ที่ใกล้ที่สุดเพื่อทำการแจ้งถอนตัวอย่างเป็นทางการ
นักวิ่งที่ถอนตัวจากการแข่งขันจะต้องเก็บหมายเลขแข่งขัน (Bib) ไว้กับตัวตลอดเวลา เนื่องจากหมายเลขนี้จะใช้เป็นบัตรผ่าน (Pass) ในการเข้าใช้บริการรถรับส่ง โรงอาหาร ห้องพยาบาล และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ของทางผู้จัดงาน
ระบบและขั้นตอนการส่งตัวนักวิ่งกลับสู่เส้นชัย (Repatriation)
• จุดบริการยานพาหนะ: ทางผู้จัดงานได้จัดเตรียมยานพาหนะไว้ ณ จุดบริการหลักบางแห่ง เพื่อนำนักวิ่งที่ถอนตัวเดินทางกลับสู่บริเวณเส้นชัย
• การเดินทางไปยังจุดส่งตัว: สำหรับนักวิ่งที่ตัดสินใจถอนตัว ณ จุดบริการหรือจุดเช็คพอยท์อื่น ๆ ที่ไม่มีรถรับส่งประจำการ หากสภาพร่างกายของท่านยังคงแข็งแรงดีและไม่มีความจำเป็นต้องใช้เปลสนามหรือรถฉุกเฉิน นักวิ่งจะต้องเดินทางไปยังจุดส่งตัวกลับที่ใกล้ที่สุดด้วยตนเองโดยเร็วที่สุด
• แนวทางปฏิบัติสำหรับจุดบริการที่เข้าถึงได้ด้วยรถยนต์หรือรถขับเคลื่อน 4 ล้อ (4x4):
o หลังจากจุดบริการหรือจุดดูแลความปลอดภัยนั้น ๆ ปิดทำการอย่างเป็นทางการ ทางผู้จัดงานจะดำเนินการลำเลียงนักวิ่งที่ตกค้างและยังไม่ได้เดินทางออกจากจุดดังกล่าวกลับสู่เส้นชัย
o ในกรณีที่เกิดสภาพอากาศแปรปรวนอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้ต้องระงับหรือยกเลิกการแข่งขันบางส่วนหรือทั้งหมด ทางผู้จัดงานจะเร่งดำเนินการบริหารจัดการและขนส่งนักวิ่งทุกท่านกลับสู่พื้นที่ปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
ในระหว่างการแข่งขัน ทางผู้จัดงานได้จัดเตรียมพื้นที่พักผ่อนพร้อมเตียงสนามและผ้าห่ม ไว้คอยอำนวยความสะดวกภายในจุดบริการ (Aid Station) บางแห่ง เพื่อให้นักวิ่งได้ใช้ฟื้นฟูร่างกายจากความเหนื่อยล้า
สำหรับนักวิ่งที่วิ่งเข้าเส้นชัยเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว แต่มีความประสงค์ต้องการพักค้างคืนหรือพำนักในพื้นที่ต่อ นักวิ่งจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหาและสำรองที่พักส่วนตัวด้วยตนเอง
ท่านสามารถตรวจสอบรายละเอียดการบริการหลังเข้าเส้นชัยทั้งหมดได้บนเว็บไซต์ทางการของกิจกรรม
การแข่งขันในแต่ละระยะจะมีการจัดอันดับผลการแข่งขันสองรูปแบบ ได้แก่ การจัดอันดับทั่วไป (Overall Ranking) แยกประเภทชายและหญิง และการจัดอันดับตามกลุ่มอายุ (Age Category Ranking) แยกประเภทชายและหญิง (รายละเอียดกลุ่มอายุระบุไว้ในตารางด้านล่าง)
สำหรับการแข่งขันในระดับ UTMB World Series Events ผู้เข้าแข่งขันที่ทำผลงานได้ในอันดับที่ 1 ถึง 5 ของการจัดอันดับทั่วไป (General Ranking) ทั้งประเภทชายและหญิง รวมถึงผู้เข้าแข่งขันที่ได้อันดับที่ 1 ของแต่ละกลุ่มอายุทั้งประเภทชายและหญิง จะได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ
นักวิ่งทุกท่านสามารถตรวจสอบผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการได้ที่เว็บไซต์ www.utmbworld.com
กลุ่มอายุการแข่งขัน (Age Categories)
| กลุ่มอายุ (ปี) |
|---|
| 16 - 17 |
| 18 - 19 |
| 20 - 34 |
| 35 - 39 |
| 40 - 44 |
| 45 - 49 |
| 50 - 54 |
| 55 - 59 |
| 60 - 64 |
| 65 - 69 |
| 70 - 74 |
| 75 - 79 |
| 80 - 84 |
| 85 ปีขึ้นไป (85+) |
หากผู้เข้าแข่งขันกระทำการละเมิดกฎกติกาการแข่งขัน ผู้อำนวยการแข่งขัน (Race Directors) และหัวหน้าประจำจุดบริการหรือจุดดูแลความปลอดภัย (Team Leaders) มีอำนาจเด็ดขาดในการบังคับใช้บทลงโทษแก่ต่อนักวิ่งท่านนั้นในทันที (*) โดยอ้างอิงเกณฑ์การลงโทษตามตารางต่อไปนี้:
การแข่งขันระยะ 100K และ 100M
| การละเมิดกฎกติกา | บทลงโทษ (*) / การปรับแพ้แข่งขัน |
|---|---|
| การวิ่งลัดเส้นทาง (Short-cutting) | ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| อุปกรณ์บังคับไม่ครบตามรายการหลัก (ไม่มีภาชนะบรรจุน้ำ, ไม่มีเสื้อแจ็คเก็ตกันลมแบบมีฮู้ด, ไม่มีไฟฉาย, ไม่มีผ้าห่มกู้ภัย, ไม่มีสมาร์ทโฟน) | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| อุปกรณ์บังคับอื่น ๆ ไม่ครบถ้วน (มีไฟฉายคาดศีรษะเพียง 1 ดวง + รายการอื่น ๆ ตามที่ระบุบนเว็บไซต์) | บวกเวลา 1 ชั่วโมง (ระแว่างนี้แนะนำให้นักวิ่งจัดหาอุปกรณ์ที่ขาดหายมาให้ครบ) |
| ปฏิเสธการเข้ารับการตรวจเช็คอุปกรณ์บังคับ | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ปิดสมาร์ทโฟน หรือเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) | บวกเวลา 15 นาที |
| เจตนาทิ้งขยะในสนาม โดยผู้เข้าแข่งขันหรือผู้ติดตาม | บวกเวลา 1 hour |
| การแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ให้เกียรติผู้อื่น (ต่อทีมงานผู้จัดหรือนักวิ่งท่านอื่น) *หมายเหตุ: หากผู้ติดตามของนักวิ่งแสดงกิริยาก้าวร้าว และ/หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทีมงาน นักวิ่งจะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน |
ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ไม่ให้ความช่วยเหลือผู้ตกอยู่ในอันตรายหรือต้องการการดูแลทางการแพทย์ | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| รับความช่วยเหลือ (Support) นอกเขตพื้นที่ที่อนุญาต | บวกเวลา 1 ชั่วโมง |
| มีผู้ร่วมวิ่งไปด้วย (Pacer) บนเส้นทางนอกเหนือจากเขตผ่อนปรนรอบ ๆ จุดบริการที่กำหนดไว้ชัดเจน | บวกเวลา 15 นาที |
| การทุจริตการแข่งขัน (เช่น การใช้ยานพาหนะทุ่นแรง, การใช้หมายเลขแข่งขันหรือ Bib ร่วมกัน หรือสวมสิทธิ์แทน) | ปรับแพ้การแข่งขันทันที และห้ามเข้าแข่งขันตลอดชีวิต (Life Ban) |
| ไม่ติดหมายเลขแข่งขัน (Bib) ให้เห็นอย่างชัดเจน | บวกเวลา 15 นาที |
| ติดหมายเลขแข่งขัน (Bib) ไม่ถูกต้องตามระเบียบ | บวกเวลา 15 นาที (และต้องปรับเปลี่ยนการติดหมายเลขให้ถูกต้องตามกติกาก่อนออกเดินทางต่อ) |
| พฤติกรรมที่เป็นอันตราย (เช่น การหันปลายแหลมของไม้โพลไปยังนักวิ่งท่านอื่นหรือผู้ชมโดยไม่มีตัวหุ้มป้องกัน) | บวกเวลา 15 นาที |
| ไม่มีชิปจับเวลา (Timing Chip) | ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| ไม่มีบันทึกเวลาการผ่านจุดเช็คพอยท์ | ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| ปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการแข่งขัน, กรรมการสนาม, หัวหน้าจุดบริการ, แพทย์ หรือทีมค้นหาและกู้ภัย | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ปฏิเสธการเข้ารับการตรวจสารกระตุ้น (Anti-doping control) | ได้รับบทลงโทษร้ายแรงเช่นเดียวกับกรณีที่ตรวจพบสารกระตุ้น |
| ออกเดินทางจากจุดบริการหลังจากเวลาตัดตัว (Cut-off time) | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| เป้น้ำหรือกระเป๋าแข่งขันไม่มีแท็ก (Tag) สัญญาณของงาน | บวกเวลา 1 ชั่วโมง |
| นำไม้โพลมาใช้ระหว่างทาง โดยไม่ได้พกติดตัวไปตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน | บวกเวลา 1 ชั่วโมง |
การแข่งขันระยะ 50K และ 20K
| การละเมิดกฎกติกา | บทลงโทษ (*) / การปรับแพ้แข่งขัน |
|---|---|
| การวิ่งลัดเส้นทาง (Short-cutting) | ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| อุปกรณ์บังคับไม่ครบตามรายการหลัก (ไม่มีภาชนะบรรจุน้ำ, ไม่มีเสื้อแจ็คเก็ตกันลมแบบมีฮู้ด (หากมีข้อกำหนด), ไม่มีไฟฉาย (หากมีข้อกำหนด), ไม่มีผ้าห่มกู้ภัย (หากมีข้อกำหนด), ไม่มีสมาร์ทโฟน) | ปรับแพ้การแข่งขันทันที (Immediate Disqualification) |
| อุปกรณ์บังคับอื่น ๆ ไม่ครบถ้วน (ตามรายการที่ระบุบนเว็บไซต์) | บวกเวลา 30 นาที (ระหว่างนี้แนะนำให้นักวิ่งจัดหาอุปกรณ์ที่ขาดหายมาให้ครบ) |
| ปฏิเสธการเข้ารับการตรวจเช็คอุปกรณ์บังคับ | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ปิดสมาร์ทโฟน หรือเปิดโหมดเครื่องบิน (Airplane Mode) | บวกเวลา 15 นาที |
| เจตนาทิ้งขยะในสนาม โดยผู้เข้าแข่งขันหรือผู้ติดตาม | บวกเวลา 30 นาที |
| การแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือไม่ให้เกียรติผู้อื่น (ต่อทีมงานผู้จัดหรือนักวิ่งท่านอื่น) *หมายเหตุ: หากผู้ติดตามของนักวิ่งแสดงกิริยาก้าวร้าว และ/หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของทีมงาน นักวิ่งจะถูกลงโทษด้วยเช่นกัน |
ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ไม่ให้ความช่วยเหลือผู้ตกอยู่ในอันตรายหรือต้องการการดูแลทางการแพทย์ | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| รับความช่วยเหลือ (Support) นอกเขตพื้นที่ที่อนุญาต | บวกเวลา 30 นาที |
| มีผู้ร่วมวิ่งไปด้วย (Pacer) บนเส้นทางนอกเหนือจากเขตผ่อนปรนรอบ ๆ จุดบริการที่กำหนดไว้ชัดเจน | บวกเวลา 10 นาที |
| การทุจริตการแข่งขัน (เช่น การใช้ยานพาหนะทุ่นแรง, การใช้หมายเลขแข่งขันหรือ Bib ร่วมกัน หรือสวมสิทธิ์แทน) | ปรับแพ้การแข่งขันทันที และห้ามเข้าแข่งขันตลอดชีวิต (Life Ban) |
| ไม่ติดหมายเลขแข่งขัน (Bib) ให้เห็นอย่างชัดเจน | บวกเวลา 10 นาที |
| ติดหมายเลขแข่งขัน (Bib) ไม่ถูกต้องตามระเบียบ | บวกเวลา 10 นาที (และต้องปรับเปลี่ยนการติดหมายเลขให้ถูกต้องตามกติกาก่อนออกเดินทางต่อ) |
| พฤติกรรมที่เป็นอันตราย (เช่น การหันปลายแหลมของไม้โพลไปยังนักวิ่งท่านอื่นหรือผู้ชมโดยไม่มีตัวหุ้มป้องกัน) | บวกเวลา 10 นาที |
| ไม่มีชิปจับเวลา (Timing Chip) | ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| ไม่มีบันทึกเวลาการผ่านจุดเช็คพอยท์ | ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้อำนวยการแข่งขัน |
| ปฏิเสธการปฏิบัติตามคำสั่งของผู้อำนวยการแข่งขัน, กรรมการสนาม, หัวหน้าจุดบริการ, แพทย์ หรือทีมค้นหาและกู้ภัย | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| ปฏิเสธการเข้ารับการตรวจสารกระตุ้น (Anti-doping control) | ได้รับบทลงโทษร้ายแรงเช่นเดียวกับกรณีที่ตรวจพบสารกระตุ้น |
| ออกเดินทางจากจุดบริการหลังจากเวลาตัดตัว (Cut-off time) | ปรับแพ้การแข่งขัน (Disqualification) |
| เป้น้ำหรือกระเป๋าแข่งขันไม่มีแท็ก (Tag) สัญญาณของงาน | บวกเวลา 30 นาที |
| นำไม้โพลมาใช้ระหว่างทาง โดยไม่ได้พกติดตัวไปตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน | บวกเวลา 30 นาที |
(*) โทษบวกเวลาจะมีผลบังคับใช้ในทันที ณ จุดที่ตรวจพบความผิด ซึ่งหมายความว่านักวิ่งจะต้อง "หยุดพักการวิ่งชั่วคราว" (Stand down) ตามระยะเวลาของโทษที่ได้รับ โดยในระหว่างที่รับโทษบวกเวลานั้น ระบบจับเวลาการแข่งขันของนักวิ่งจะไม่มีการหยุดเวลา
การละเมิดกฎกติกาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในตารางนี้ จะอยู่ภายใต้ดุลยพินิจและบทลงโทษที่ตัดสินโดยผู้อำนวยการแข่งขันเท่านั้น
การประท้วงผลการจัดอันดับ: การยื่นประท้วงหรือคัดค้านใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลการจัดอันดับการแข่งขัน (Rankings) จะต้องทำการส่งคำร้องเป็นลายลักษณ์อักษรมายังผู้จัดงานผ่านทางอีเมล ภายในเวลา 2 ชั่วโมง นับหลังจากที่นักวิ่งท่านนั้น ๆ วิ่งเข้าเส้นชัยเป็นที่เรียบร้อยแล้วเท่านั้น
การอุทธรณ์ในกรณีอื่น ๆ: การยื่นคำร้องอุทธรณ์ในกรณีอื่น ๆ นอกเหนือจากเรื่องผลการจัดอันดับ จะต้องส่งคำร้องมายังผู้จัดงานผ่านทางอีเมล ภายในเวลา 10 วัน นับจากวันสิ้นสุดกิจกรรมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ
หากมีความจำเป็น ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเส้นทางการแข่งขัน, เวลาปล่อยตัว, เวลาตัดตัว (Cut-off Times), ตำแหน่งของจุดบริการ (Aid Stations) และจุดปฐมพยาบาล รวมถึงส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานจัดการแข่งขันได้ตลอดเวลา
ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย (Force Majeure), สภาพอากาศแปรปรวนรุนแรง หรือสถานการณ์ใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการแข่งขัน ทางผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ขาดในการดำเนินการดังต่อไปนี้:
• เลื่อนเวลาปล่อยตัวการแข่งขัน (ในวันดังกล่าว)
• ปรับเปลี่ยนเวลาตัดตัว (Cut-off Times)
• เปลี่ยนแปลงวันจัดการแข่งขัน
• ปรับเปลี่ยนเส้นทางการแข่งขันตามความเหมาะสม
• ยกเลิกการแข่งขัน
• ระงับการแข่งขันเป็นการชั่วคราว
• ยุติการแข่งขันที่กำลังดำเนินอยู่ทันที
ผู้เข้าแข่งขันทุกท่านยอมรับและสละสิทธิ์ในภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว หรือสื่อมัลติมีเดียใด ๆ ที่เกิดขึ้นในระหว่างกิจกรรมการแข่งขัน พร้อมทั้งสละสิทธิ์ในการเรียกร้องสิทธิ์หรืออุทธรณ์ใด ๆ ต่อผู้จัดงานและพันธมิตรผู้ร่วมจัด ในการนำภาพลักษณ์ของท่านไปใช้เพื่อการเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ ทั้งนี้ สิทธิ์ขาดในการอนุญาตหรือโอนสิทธิ์ในภาพถ่ายและสื่อภาพยนตร์ให้แก่สื่อมวลชนใด ๆ จะเกิดขึ้นได้โดยการรับรองอย่างเป็นทางการหรือผ่านการได้รับใบอนุญาตที่ถูกต้องจากทางผู้จัดงานเท่านั้น
Ultra-Trail®, Ultra-Trail du Mont-Blanc®, UTMB®, CCC®, OCC®, TDS® และ PTL® เป็นเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนคุ้มครองตามกฎหมาย การสื่อสารประชาสัมพันธ์ใด ๆ เกี่ยวกับกิจกรรม หรือการนำภาพถ่ายและสื่อจากกิจกรรมนี้ไปใช้งาน จะต้องเคารพและระบุชื่อกิจกรรมรวมถึงเครื่องหมายการค้าให้ถูกต้อง และต้องได้รับความเห็นชอบอย่างเป็นทางการจากทางผู้จัดงานล่วงหน้าเท่านั้น
นักวิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากสปอนเซอร์ส่วนบุคคล หรือมีความประสงค์ที่จะใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลที่สามเพื่อวัตถุประสงค์ในการประชาสัมพันธ์ จะได้รับอนุญาตให้แสดงเครื่องหมายการค้าหรือตราสัญลักษณ์ของผู้สนับสนุนดังกล่าว เฉพาะบนเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายและอุปกรณ์ที่ใช้ในการแข่งขันเท่านั้น
ทางผู้จัดงานไม่อนุญาตให้พกพา จัดแสดง หรือสวมใส่สิ่งของอื่น ๆ นอกเหนือจากนี้ ซึ่งรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง ธง, ป้ายผ้า (Banners) หรือโปสเตอร์ ตลอดเส้นทางการแข่งขันรวมถึงบริเวณเส้นชัยโดยเด็ดขาด
หากมีการละเมิดข้อกำหนดดังกล่าว ผู้เข้าแข่งขันอาจได้รับบทลงโทษตามดุลยพินิจเด็ดขาดของผู้อำนวยการแข่งขันในระยะนั้น ๆ
ห้ามมิให้มีการประกาศ การจัดแสดง หรือการเผยแพร่ข้อความและภาพลักษณ์ใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นทางการเมืองหรือศาสนา ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินกิจกรรมการแข่งขันโดยเด็ดขาด
การยื่นคำร้องหรือการเรียกร้องสิทธิ์ใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Chiang Mai Thailand by UTMB® ผู้เข้าแข่งขันจะต้องส่งคำร้องผ่านทางอีเมลหรือทางไปรษณีย์ตามที่อยู่ด้านล่างนี้เท่านั้น:
ทางอีเมล: info@thailandbyutmb.com
ทางไปรษณีย์: 143/2 ซอยลาดพร้าว 94 ถนนลาดพร้าว แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 ประเทศไทย
โทรศัพท์: +66 (0) 62 345 4122
การกีฬาแห่งประเทศไทย (Sports Authority of Thailand) เป็นผู้ถือสิทธิ์และเจ้าของลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันรายการ Chiang Mai Thailand by UTMB® อย่างเป็นทางการ โดยมี รันนิ่ง คอนเนค (Running Connect) เป็นผู้ดำเนินการจัดการแข่งขัน ภายใต้ความร่วมมือและสนับสนุนการดำเนินงานโดย UTMB® International